10 อันดับโทนเนอร์ที่ถูกและดี เพื่อผิวหน้ากระจ่างใส ไร้สิว ประจำปี 2022

10 อันดับโทนเนอร์ที่ถูกและดี เพื่อผิวหน้ากระจ่างใส ไร้สิว ประจำปี 2022

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยขั้นตอนการบำรุงผิวหน้าผิวที่ดีต่อสุขภาพผิวที่ดีตลอดทั้งปี ด้วยการใช้ “โทนเนอร์” ซึ่งเมื่อก่อนต้องยอมรับเลยว่ากระแสโทนเนอร์ยังไม่ดีเท่าตอนนี้ แต่ทุกวันนี้โทนเนอร์กลับได้รับการยอมรับในเรื่องการทำความสะอาดผิวและบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี เนื่องจากผลิตภัณฑ์โทนเนอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีคุณสมบัติพิเศษที่มีประสิทธิภาพมากกว่ายาสมานแผล หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่มีแอลกอฮอล์บางยี่ห้อ ซึ่งโดยทั่วไปโทนเนอร์ในท้องตลาดมักจะช่วยแก้ไขปัญหาผิวเกือบทุกประเภท และไม่จำกัดเฉพาะการรักษาสิวและผิวมันอีกต่อไป

ความจริงแล้วปัจจัยที่ส่งผลทำให้ผลิตภัณฑ์โทนเนอร์ได้รับความนิยมอย่างสมบูรณ์แบบคงจะหนีไม่พ้นกระแสของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเกาหลี ซึ่งถือเป็นรากฐานความสวยงามของ k-beauty ซึ่งส่วนใหญ่คนเกาหลีมักจะใช้โทนเนอร์หลังจากทำความสะอาดผิวหน้า หรือก่อนทาครีมบำรุงอื่น ๆ โทนเนอร์บางชนิดช่วยในการดูแลผิวทั่วไป ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และบางชนิดช่วยแก้ไขปัญหาผิวโดยเฉพาะ 

โดยทั่วไปคนเรามักจะมีปัญหาผิวที่เหมือนกันและแตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่ปัญหาผิวเหล่านั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าคุณควรใช้โทนเนอร์แบบไหน? โชคดีที่วันนี้เราได้รวบรวมวิธีการเลือกโทนเนอร์บำรุงผิวหน้าตามสภาพผิวของคุณ พร้อมกับแนะนำ 10 อันดับโทนเนอร์ที่ถูกและดีต่อสภาพผิวของคุณ ประจำปี 2022 ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้แนะนำเกี่ยวกับ 10 อันดับยี่ห้อโทนเนอร์ถูกและดีฉบับประจำปี 2021 มาแล้ว แต่สำหรับปี 2022 จะมีโทนเนอร์ยี่ห้อไหนน่าสนใจบ้าง? ติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ

โทนเนอร์คืออะไร?

ก่อนที่จะไปพบกับ 10 โทนเนอร์ที่ถูกและดีประจำปี 2022 คุณเคยสงสัยไหมคะว่าโทนเนอร์คืออะไร? พูดง่าย ๆ โทนเนอร์ คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในรูขุมขนหลังล้างหน้า พร้อมกับการบำรุงผิวและเติมเต็มความความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหลังทำความสะอาด นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นไพรเมอร์สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวขั้นตอนต่อไปของคุณอีกด้วย

โทนเนอร์จะมีลักษณะเป็นของเหลวเหมือนน้ำ แต่อุดมไปด้วยไฮโดรเจนและออกซิเจน พร้อมกับสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อผิวหน้า เช่น กรดกลีเซอรีน สารต้านอนุมูลอิสระ และสารต้านการอักเสบ เป็นต้น เมื่อก่อนโทนเนอร์จะเป็นผลิตภัณฑ์ขจัดความมันส่วนเกินออกจากผิวที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้นสูงจึงทำให้ผิวหน้าแห้ง แต่ตอนนี้โทนเนอร์ส่วนใหญ่มีส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลม เพิ่มความชุ่มชื้นและความกระจ่างใส และต่อต้านริ้วรอยก่อนวัย บางสูตรปราศจากแอลกอฮอล์และไม่มีส่วนผสมของสารที่ต่อให้เกิดการระคายเคืองผิว

วิธีการเลือกโทนเนอร์บำรุงผิวหน้าตามสภาพผิว

อย่างที่เราทราบกันดีว่าโทนเนอร์มีหลากหลายสูตร โดยแต่ละสูตรจะช่วยแก้ไขปัญหาผิวของคุณ ซึ่งวิธีการเลือกโทนเนอร์ที่ดีที่สุดคือการเลือกโทนเทอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ และโทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ เนื่องจากแอลกอฮอล์สามารถขจัดน้ำมันธรรมชาติออกจากผิว นำไปสู่สาเหตุของผิวแห้งและการระคายเคืองผิว โดยทั่วไปคนเราจะมีประเภทผิวทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ สภาพผิวผสม, สภาพผิวมัน, สภาพผิวเป็นสิวง่าย, สภาพผิวแห้ง และสภาพผิวแพ้ง่าย ซึ่งแต่ละสภาพผิวก็จะมีปัญหาผิวที่แตกต่างกันไป แล้วโทนเนอร์แบบไหนที่เหมาะกับผิวของคุณ? นี่คือลักษณะของโทนเนอร์ที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิว

คนที่มีสภาพผิวผสม

สำหรับคนที่มีผิวหน้ามันเป็นบางส่วน และบางส่วนเป็นผิวแห้ง แนะนำให้ลองใช้โทนเนอร์ที่ช่วยขจัดความมันส่วนเกินอย่างอ่อนโยน พร้อมกับช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว คนผิวผสมควรมองหาโทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ที่มีส่วนผสมของกุหลาบ วิตามินซี วิตามินอี หรือกรดไกลโคลิก

คนที่มีสภาพผิวมัน

หากคุณเป็นคนที่มีผิวหน้าที่ผลิตน้ำมันส่วนเกินมากเกินไป แนะนำให้ลองใช้โทนเนอร์ที่ช่วยกระชับรูขุมขนและผลัดเซลล์ผิว คนผิวมันควรมองหาโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่มีความเข้มข้นต่ำ เช่น ทรีออยล์ (Tea Tress Oil) กรดซาลิไซลิก กรดเบตาไฮดรอกซี (BHA) และกรดอัลฟา-ไฮดรอกซี (AHA)

คนที่มีสภาพผิวเป็นสิวง่าย หรือคนเป็นสิว

สำหรับคนที่มีแนวโน้มจะเป็นสิวง่าย แนะนำให้ลองใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากน้ำมันที่มีกรดซาลิไซลิก หรืออีกหนึ่งทางเลือกที่แพทย์ผิวหนังแนะนำสำหรับคนเป็นสิวก็คือให้เลือกใช้โทนเนอร์ที่เป็นยารักษาสิวควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีอ่อนโยนและปราศจากสารที่ต่อให้เกิดการระคายเคืองผิว

คนที่มีสภาพผิวแห้ง

สำหรับใครที่มีสภาพผิวแห้งหยาบเป็นขุยได้ง่าย ไม่กระจ่างใส และมีแนวโน้มแพ้ง่าย แนะนำให้ลองใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของสารที่เหมาะกับคนผิวแห้ง เช่น กรดไฮยาลูโรนิก สารสกัดจากแตงกวา วิตามินอี หรือกลีเซอรีน นอกจากนี้ โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิกยังมีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและการผลัดเซลล์ผิวแบบสองขั้นตอน

คนที่มีสภาพผิวบอบบางแพ้ง่าย

สำหรับผิวที่มีอาการระคายเคืองได้ง่าย และมักแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย หรือมีอาการแดงและคันได้ง่าย แนะนำให้ลองใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เนื่องจากส่วนผสมจากธรรมชาติมักจะอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายเป็นสิว เช่น กุหลาบ ดอกคาโมไมล์ หรือว่านหางจระเข้ และอีกสิ่งสำคัญที่แพทย์ผิวหนังแนะนำก็คือคนผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่ายควรเลือกใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์

 

10 อันดับโทนเนอร์ที่ถูกและดี ประจำปี 2022

เมื่อคุณทราบแล้วว่าคุณมีสภาพผิวและปัญหาผิวอย่างไร ต่อไปนี้คุณก็จะสามารถเลือกโทนเนอร์ที่เหมาะกับคุณได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมียี่ห้อโทนเนอร์หลากหลายยี่ห้อที่เหมาะกับสภาพผิวแบบคุณ แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าโทนเนอร์ของอะไรดี? โชคดีที่วันนี้เราได้รวบรวม10 อันดับโทนเนอร์ที่ถูกและดี ประจำปี 2022 ซึ่งโทนเนอร์เหล่านี้ถูกจัดให้เป็นโทนเนอร์ที่ใช้ดีจนต้องบอกต่อ เพราะมีผู้ใช้จริงจำนวนมากให้การยอมรับถึงผลลัพธ์ที่ประสิทธิภาพและสามารถพิสูจน์ได้ โดยมีรายชื่อโทนเนอร์ทั้งหมด ดังนี้

1. ANUA Heartleaf 77% Soothing Toner

2. Kiehl’s Calendula Herbal Extract Toner Alcohol-Free

3. BRYG VC Sweet Orange Toner

4. Thayers Alcohol-Free Rose Petal Witch Hazel Toner

5. Some By Mi AHA-BHA-PHA 30Days Miracle Toner

6. Garnier Light Complete Milky Lightening Dew Toner

7. Smooth E Acne Clear Whitening Toner

8. The Ordinary Direct Acids Glycolic Acid 7% Toning Solution

9. Bioderma Hydrabio Toner

10. Plantnery Tea Tree First Toner

 

ANUA Heartleaf 77% Soothing Toner

ชื่อยี่ห้อ/สูตร

ANUA Heartleaf 77% Soothing Toner

ปริมาณ

40ml, 250ml

ราคาโดยประมาณ

119 – 520 บาท

ส่วนผสมหลัก

Houttuynia Cordata Extract (77%)

เหมาะกับสภาพผิว

ทุกสภาพผิว

 

มาเริ่มต้นกันที่โทนเนอร์ชื่อดังตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ก็ยังได้รับความนิยมเรื่อย ๆ อย่าง ANUA Heartleaf 77% Soothing Toner หรือที่หลายคนเรียกว่าโทนเนอร์พี่จุน เป็นโทนเนอร์สัญชาติเกาหลีที่กระแสโด่งดังในโลกโซเชียลด้วยส่วนผสมที่อุดมไปด้วยสารสกัด Houttuynia Cordata Extract (77%) ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยลดการระคายเคืองผิว พร้อมกับเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวของคุณต่อสู้กับมลภาวะได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้โทนเนอร์พี่จุนยังสามารถช่วยลดอาการอักเสบของผิวและช่วยลดเลือนรอยแดง รอยดำ และรอยสิว ที่สำคัญยังปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม ซิลิโคน และพาราเบน คนผิวแพ้ง่ายและเป็นสิวก็สามารถใช้ได้

 

Kiehl’s Calendula Herbal Extract Toner Alcohol-Free

ชื่อยี่ห้อ/สูตร

Kiehl’s Calendula Herbal Extract Toner Alcohol-Free

ปริมาณ

40ml, 75ml, 250ml, 500ml

ราคาโดยประมาณ

279 – 2430 บาท

ส่วนผสมหลัก

สารสกัดจากกลีบดอกคาเลนดูล่า (ดาวเรือง)

เหมาะกับสภาพผิว

ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย

 

มาต่อกันที่อีกหนึ่งโทนเนอร์ที่ได้รับความนิยมตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้อย่าง Kiehl’s Calendula Herbal Extract Toner Alcohol-Free เป็นโทนเนอร์จาก Kielh’s แบรนด์ชื่อดังจากนิวยอร์ก โดยโทนเนอร์ kiehl’s สูตรนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากกลีบดอกคาเลนดูล่า (ดาวเรือง), สารสกัดจากรากสมุนไพรคัมฟรี (comfrey) และเกรท เบอร์ด็อก (พืชตระกูลหญ้าเจ้าชู้) ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดผิว พร้อมกับช่วยปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยนและลดการระคายเคืองผิว ทำให้คุณรู้สึกสบายผิว นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการจัดการแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว และที่สำคัญยังเป็นโทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์

 

BRYG VC Sweet Orange Toner

ชื่อยี่ห้อ/สูตร

BRYG VC Sweet Orange Toner

ปริมาณ

500ml.

ราคาโดยประมาณ

229 บาท

ส่วนผสมหลัก

วิตามินซีจากผลส้ม

เหมาะกับสภาพผิว

ผิวแห้ง

 

หากพูดถึงโทนเนอร์สำหรับคนผิวแห้งหลายคนคงจะนึกถึง โทนเนอร์ vc หรือชื่อเต็ม ๆ คือ BRYG VC Sweet Orange Toner เป็นโทนเนอร์ทำความสะอาดผิวหน้าไปพร้อม ๆ กับบำรุงผิวด้วยสารสกัดจากผลส้มที่ช่วยปรับสมดุลผิว และปกป้องผิวจากมลภาวะ ทำให้ผิวหน้าขาวใส ลดจุดด่างดำ และทำให้ผิวดูชุ่มชื่นอิ่มน้ำ เตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

Thayers Alcohol-Free Rose Petal Witch Hazel Toner

ชื่อยี่ห้อ/สูตร

Thayers Alcohol-Free Rose Petal Witch Hazel Toner

ปริมาณ

89ml, 355ml

ราคาโดยประมาณ

232 – 569 บาท

ส่วนผสมหลัก

สารสกัดจากวิชฮาเซล ว่านหางจระเข้ และกลีบกุหลาบ

เหมาะกับสภาพผิว

ผิวผสม-ผิวแห้งบอบบางแพ้ง่าย

 

มาต่อกันที่อีกหนึ่งโทนเนอร์ขวัญใจสาว ๆ หลายคนอย่างโทนเนอร์ thayers หรือที่หลายคนเรียกว่าโทนเนอร์กุหลาบ ซึ่งเป็นโทนเนอร์สูตรกลีบกุหลาบจากสหรัฐอเมริกาที่มีอุดมไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติและวิตามินซีจากสารสกัดจากวิชฮาเซล ว่านหางจระเข้ และกลีบกุหลาบ ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน พร้อมกับความชุ่มชื่นให้ผิว เสริมความแข็งแรง และลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวของคุณดูกระชับขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่หมองคล้ำและอิดโรยให้กระจ่างใสและเปล่งปลั่งมากขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดการอักเสบของสิว ลดความมันส่วนเกิน และกระชับรูขุมขนให้ดูเล็กลง ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และพาราเบน

 

Some By Mi AHA-BHA-PHA 30Days Miracle Toner

ชื่อยี่ห้อ/สูตร

Some By Mi AHA-BHA-PHA 30Days Miracle Toner

ปริมาณ

30ml, 100ml, 150ml

ราคาโดยประมาณ

169 – 480 บาท

ส่วนผสมหลัก

AHA, BHA, PHA และสารสกัดจากทีทรี 10,000 ppm

เหมาะกับสภาพผิว

ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย

 

หากพูดถึงโทนเนอร์สำหรับคนเป็นสิวอีกหนึ่งตัวเลือกยอดฮิตคงจะหนีไม่พ้น Some By Mi AHA-BHA-PHA 30Days Miracle Toner เป็นโทนเนอร์ลดสิว สูตรอ่อนโยนที่ปรับสมดุลความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ด้วยค่า pH 5.5 ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส เรียบเนียน และอุดมไปด้วยส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่อผิวอย่าง AHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกอย่างอ่อนโยน BHA ช่วยลดความมันส่วนเกินบนผิวหน้า ทำให้รูขุมขนดูเล็กลง PHA ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าดูอิ่มน้ำยาวนาน นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมจากสารสกัดทีทรี 10,000 ppm ที่ช่วยปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน พร้อมกับช่วยฆ่าเชื้อโรคและลดอาการอักเสบ ที่สำคัญปราศจากสารที่ทำให้ระคายเคือง 20 ชนิด เช่น พาราเบน แอลกอฮอล์ และมิเนรัลออยล์

 

Garnier Light Complete Milky Lightening Dew Toner

ชื่อยี่ห้อ/สูตร

Garnier Light Complete Milky Lightening Dew Toner

ปริมาณ

150ml

ราคาโดยประมาณ

195 บาท

ส่วนผสมหลัก

สารสกัดบริสุทธิ์จากมะนาว

เหมาะกับสภาพผิว

ทุกสภาพผิว

 

มาต่อกันที่โทนเนอร์แบรนด์ดังในไทยอย่างโทนเนอร์การ์นิเย่ หรือ Garnier Light Complete Milky Lightening Dew Toner เป็นโทนเนอร์ทำความสะอาดผิวที่อุดมไปด้วยสารสกัดบริสุทธิ์จากมะนาว ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งยังเติมเต็มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผิวของคุณสำหรับการบำรุงผิวในขั้นตอนถัดไป ทำให้ผิวของคุณซึมซาบสารบำรุงเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

 

Smooth E Acne Clear Whitening Toner

ชื่อยี่ห้อ/สูตร

Smooth E Acne Clear Whitening Toner

ปริมาณ

150ml

ราคาโดยประมาณ

249 บาท

ส่วนผสมหลัก

10-HDA Analogue, Sebacic Acid, Willow Bark Extract, Niacinamide, Vitamin B3, Vitamin E และ Tocopherol

เหมาะกับสภาพผิว

ผิวมัน-ผิวแพ้ง่าย

 

หากพูดถึงโทนเนอร์ที่ถูกและดีที่ได้รับความนิยมตลอดมา หลายคนคงจะนึกถึง Smooth E Acne Clear Whitening Toner เป็นอีกหนึ่งโทนเนอร์ 7-11 ที่ดีที่สุดเหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายด้วยส่วนผสมที่ช่วยจัดการกับต้นตอของสิว พร้อมกับช่วยฟื้นบำรุงผิวให้กระจ่างใส และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยโทนเนอร์ Smooth E สูตรนี้อุดมไปด้วยส่วนผสมมีประโยชน์ต่อผิวมากมาย เพื่อช่วยลดการสะสมแบคทีเรีย P.acne ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ลดการอักเสบของต่อมไขมัน ป้องกันปัญหาสิวอักเสบและช่วยขจัดความมันส่วนเกินในรูขุมขน นอกจากนี้ยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน และผิวกระจ่างใสขึ้น พร้อมทั้งเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ที่สำคัญผ่านการทดสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 100% Non-ionic surfactant

 

The Ordinary Direct Acids Glycolic Acid 7% Toning Solution

ชื่อยี่ห้อ/สูตร

The Ordinary Direct Acids Glycolic Acid 7% Toning Solution

ปริมาณ

240ml

ราคาโดยประมาณ

689 บาท

ส่วนผสมหลัก

กรดไกลโคลิก และสารสกัดจากพริกไทยแทสเมเนีย (Tasmannia lanceolata)

เหมาะกับสภาพผิว

ทุกสภาพผิว

 

มาต่อกันที่โทนเนอร์ที่ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวอย่าง The Ordinary Direct Acids Glycolic Acid 7% Toning Solution เป็นโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของ Glycolic Acid ซึ่งเป็นกรดอัลฟ่าไฮดรอกซิลที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวถึง 7% ผสมผสานกับสารสกัดจากพริกไทยแทสเมเนีย (Tasmannia lanceolata) ที่ช่วยลดการระคายเคืองผิว นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของรากโสมและว่านหางจระเข้ที่ช่วยทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ และความหมองคล้ำ ให้ผิวเรียบเนียน และที่สำคัญปราศจากซิลิโคน (Silicone-free) ไม่มีแอลกอฮอล์ (Alcohol-free) ไม่มีน้ำมัน (Oil-free) ไม่มีกลูเตน (Gluten-free) และไม่ได้ทดลองกับสัตว์ (Cruelty-free)

 

Bioderma Hydrabio Toner

ชื่อยี่ห้อ/สูตร

Bioderma Hydrabio Toner

ปริมาณ

250ml

ราคาโดยประมาณ

890 บาท

ส่วนผสมหลัก

สารสกัดจากน้ำมันเมล็ดแอปเปิ้ล และวิตามีน B3

เหมาะกับสภาพผิว

ผิวแห้ง-ผิวบอบบางแพ้ง่าย

 

มาต่อกันที่อีกหนึ่งโทนเนอร์ที่เหมาะสำหรับคนผิวแห้งอย่าง Bioderma Hydrabio Toner เป็นโทนเนอร์ที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกให้แก่ผิวขาดน้ำ เพื่อช่วยปรับสภาพผิวให้สดชื่นและบางเบาจนสัมผัสได้ ด้วยนวัตกรรม Aquagenium ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของเซลล์ผิว ทำให้ผิวของคุณกักเก็บน้ำได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ผิวดูมีน้ำมีนวลขึ้น พร้อมทั้งคืนความสมดุลและเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวอย่างอ่อนโยน นอกจากนี้ยังปราศจากน้ำหอม ไม่อุดตันรูขุมขน และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

 

Plantnery Tea Tree First Toner

ชื่อยี่ห้อ/สูตร

Plantnery Tea Tree First Toner

ปริมาณ

250ml

ราคาโดยประมาณ

129 บาท

ส่วนผสมหลัก

สารสกัดเข้มข้นพิเศษจากทีทรี

เหมาะกับสภาพผิว

ผิวมัน-ผิวเป็นสิวง่าย

 

สุดท้ายโทนเนอร์ถูกและดีจากแบรนด์ของคนไทยอย่าง Plantnery Tea Tree First Toner เป็นโทนเนอร์ลดสิวที่ช่วยปรับสภาพผิว และขจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้า อุดมไปด้วยสารสกัดสูตรเข้มข้นจากทีทรีจากธรรมชาติ ช่วยผลัดเซลล์ผิวและขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างบริเวณรูขุมขน ลดปัญหาสิว เช่น ลดสิวอักเสบ สิวอุดตัน พร้อมกระชับรูขุมขนให้ดูเล็กลง ทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน นอกจากนี้ยังปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน สีสังเคราะห์ ซิลิโคน และ SLS

 

ควรใช้โทนเนอร์เมื่อไหร่?

หลังจากที่คุณเลือกโทนเนอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณเรียบร้อยแล้ว คุณเคยสงสัยไม่ว่าโทนเนอร์ใช้ตอนไหน? ซึ่งจากคำแนะนำของ Amy Wechsler แพทย์ผิวหนังในเมืองนิวยอร์ก เธอได้แนะนำไว้ว่า โทนเนอร์สามารถใช้ได้วันละสองครั้งไม่ว่าจะเป็นการดูแลผิวระหว่างวัน หรือการดูแลผิวก่อนนอน และเพื่อการบำรุงผิวที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น คุณควรใช้โทนเนอร์หลังจากการทำความสะอาดผิวของคุณ เนื่องจากการใช้โทนเนอร์จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง เซลล์ผิวที่ตายแล้วที่หลงเหลือในรูขุมขนของคุณ นอกจากนี้ยังช่วยเตรียมผิวของคุณให้พร้อมรับการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไปอีกด้วย

โดยปกติคุณควรใช้โทนเนอร์ไม่เกินหนึ่งนาทีหลังทำความสะอาดผิวหน้า เนื่องจากโมเลกุลส่วนใหญ่จะซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้นเมื่อผิวเปียกหรือผิวมีความชุ่มชื้น ดังนั้นการใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ทันทีหลังทำความสะอาดจึงจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หลังจากใช้โทนเนอร์คุณสามารถเริ่มขั้นตอนการบำรุงผิวขั้นตอนต่อไปได้เลย เช่น การทาครีมบำรุง การทาครีมกันแดด และการทาครีมบำรุงรอบดวงตา เป็นต้น

วิธีการใช้โทนเนอร์อย่างถูกต้อง

สิ่งสำคัญของการใช้โทนเนอร์ก็คือคุณต้องใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้าและก่อนลงมอยส์เจอไรเซอร์บนผิวหน้า ซึ่งโดยทั่วไปขั้นตอนการใช้โทนเนอร์ที่จะช่วยทำให้ผิวของคุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิว มีทั้งหมด 3 ขั้นตอน ได้แก่

  • ขั้นตอนที่ 1: ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน เพื่อการเริ่มต้นขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันออกจากผิวของคุณ
  • ขั้นตอนที่ 2: การ ใช้โทนเนอร์เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและสารตกค้างที่เหลือหลังจากการทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยเตรียมผิวของคุณให้พร้อมสำหรับการลงมอยส์เจอไรเซอร์
  • ขั้นตอนที่ 3: ลงมอยส์เจอไรเซอร์บนผิวหน้าเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นและปกป้องผิวของคุณ หรือคุณอาจทาเซรั่มก่อนก็ได้

ส่วนใครที่กำลังสงสัยว่าโทนเนอร์ใช้ยังไง? วิธีทั่วไปสำหรับการเช็ดโทนเนอร์ให้ทั่วใบหน้าก็คือการใช้สำลีก้อนหรือแผ่น โดยการหยดโทนเนอร์ใส่สำลีประมาณ 2-3 หยด เพื่อให้สำลีชื้น แต่ไม่เปียก จากนั้นก็เริ่มเช็ดหน้าโดยเริ่มจากกึ่งกลางใบหน้าและค่อย ๆ เช็ดออกด้านนอก แนะนำให้หลีกเลี่ยงริมฝีปากและบริเวณรอบดวงตาที่บอบบาง นอกจากนี้ขอแนะนำให้เช็ดโทนเนอร์ให้ทั่วลำคอและเนินอกด้วย เนื่องจากบริเวณเหล่านี้อาจจะมีสิ่งสกปรกและน้ำมันสะสมอยู่

ในปัจจุบันมีโทนเนอร์บางตัวที่บรรจุในขวดสเปรย์สำหรับพ่นให้ทั่วใบหน้า แต่การพ่นโทนเนอร์ให้ทั่วใบหน้านั้นอาจจะช่วยแค่เจือจางสิ่งตกค้างบนผิวเท่านั้น ดังนั้นการพ่นละอองน้ำให้ทั่วใบหน้าจึงเหมาะที่สุดสำหรับการเติมความสดชื่นให้ผิวหรือเพิ่มความชุ่มชื้นหลังจากที่คุณใช้สำลีแผ่นเช็ดหน้าแล้ว

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? สำหรับ 10 อันดับโทนเนอร์ที่ถูกและดี ประจำปี 2022 ขอบอกเลยว่าโทนเนอร์แต่ละยี่ห้อที่เราได้ทำการรวบรวมมาไว้ในบทความนี้ล้วนได้รับการรีวิวโทนเนอร์จากผู้ใช้จริงจำนวนมากในโลกโซเชียล รับรองได้เลยว่าtoner ถูกและดีเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพผิวและช่วยแก้ไขปัญหาผิวของคุณได้อย่างแน่นอนค่ะ โดยเฉพาะคนที่มีสภาพผิวมัน และมีแนวโน้มที่จะเป็นสิวง่ายหรือคนที่ชอบแต่งหน้าบ่อย ๆ เนื่องจากโทนเนอร์จะช่วยทำความสะอาดผิวของคุณและกระชับรูขุมขนทำให้เล็กลง การใช้โทนเนอร์ถือเป็นขั้นตอนการดูแลผิวที่สำคัญในกิจวัตรประจำวันของคุณ 

โทนเนอร์เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่ว่าใครก็สามารถใช้ได้ ยิ่งถ้าหากคุณเลือกโทนเนอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวก็จะยิ่งช่วยทำให้ผิวของคุณได้รับประโยชน์จากโทนเนอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบพอ ๆ กับการใช้เซรั่ม (Serum) สูตรเข้มข้น ซึ่งการใช้โทนเนอร์จะให้ประโยชน์มากมายในระยะยาว ทำให้ผิวหน้าของคุณสะอาดและสดชื่น แถมยังช่วยคืนความสมดุลของค่า pH ทำให้ปกป้องผิวจากแบคทีเรียและสารมลพิษได้

อย่างไรก็ตาม จากคำแนะนำของ Amy Wechsler คุณจะเห็นได้ว่าคุณสามารถใช้โทนเนอร์ได้วันละสองครั้งทั้งเช้าและก่อนนอน แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ผิวแห้งหรือระคายเคืองง่ายให้ลองใช้วันละครั้งหรือวันเว้นวัน หรือถ้าจะให้ดีควรเลือกใช้โทนเนอร์ที่ผลิตมาเพื่อคนผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เนื่องจากโทนเทอร์มีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์หลากหลายที่อาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อคนผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย

Suwanna Preebunpul
สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน นักเขียนออยนะคะ ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบทความแนวแนะนำสินค้า, เทคโนโลยี, สาระความรู้, แฟชั่น และGraphic Design ด้วยความที่ส่วนตัวชอบทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีงานเขียนแนวใหม่ ๆ ออกมา ยังไงก็ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ